แวะอ่านตอนที่ 6 ที่นี่จ้าา >> เที่ยวญี่ปุ่น กำแพงหิมะ (6) เที่ยวกินซ่า อากิฮาบาระ ช้อปตึกม่วง กินซูชิตลาดอะเมโยโก
สายๆ วันนี้ (วันที่ 6 พฤษภาคม 2556) เช็คเอาท์ ฝากกระเป๋ากับโรงแรมเป็นที่เรียบร้อย วันนี้เป็นวันเดินทางกลับเมืองไทยบ้านเรา แต่ยังพอมีเวลาท่องเที่ยวโตเกียวได้แบบชิลๆ จนถึงบ่ายสอง ช่วงเช้าเลยตั้งใจว่าจะไปทานปลาดิบกันที่ตลาดปลาสึกิจิ
วิธีเดินทางไป ตลาดปลาสึกิจิ (Tsukiji Fish Market)
– ขึ้นซับเวย์ Subway Oedo Line ลงที่สถานี TSUKIJISHIJO (E 18)
– ออก Exit A1 ที่มีเขียนว่าไป Central Wholesale Market (ตลาดปลา)
“ยังไม่ทันออกจากซับเวย์ก็จะได้กลิ่นปลาสดมาแต่ไกลแล้วจ้า แสดงว่ามาถูกแน่ๆแล้ว”
ออกจากประตู A1 เดินเลี้ยวซ้ายก็จะเจอกับทางเข้าตลาดปลาสึกิจิแล้ว แต่วันนี้เป็นวันดีของเรา ออกมาจากซับเวย์เจอกับป้ายนี้ “Today is a fixed holiday” วันนี้เป็นวันหยุดประจำปี โชคดีอะไรอย่างนี้ แต่ไม่เป็นไร ด้านข้างๆตลาด ออกจากซับเวย์เดินเลี้ยวขวาไป จะมีตลาดค้าส่ง เดี๋ยวเราไปชม ไปหาอะไรชิมกันแถวนั้นดีกว่า
เดินมาตามตรอกซอกซอย มีร้านซูชิ และข้าวหน้าปลาดิบเปิดให้บริการเพียบ เลือกไม่ถูกเลย เราเลยเดินดูให้ทั่วๆ ก่อน
ร้านนี้เน้นเมนูข้าวหน้าปลาไหล รสชาติคงจะเด็ดอยู่ไม่น้อย แต่ละร้านย่านนี้ ส่วนใหญ่มีภาพประกอบและราคาติดไว้ให้ดูเกือบทุกร้าน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสรรได้ตามใจชอบเลยจ้า
ร้านนี้มีหัวปลาใหญ่บิ๊กบึ้ม มาวางโชว์ด้วย สงสัยว่าจะประมูลปลามาได้รึเปล่า
ไข่ปลาแซลม่อนทั้งถาดราคา 1,000 เยน ถูกมากกกก……และดูสดมากเลย
พ่อค้ากำลังแล่เนื้อปลา มีด เขียง ดูสะอาดสุดๆ
เดินจนรอบตลาด เราก็มาตกลงปลงใจกินปลาดิบกันที่ร้านนี้ Uogashisenryou (อูโองาชิเซนเรียว) เนื่องด้วยราคา หน้าตาอาหาร และเมื่อมองเข้าไปในร้านดูสะอาด เป็นระเบียบ และไม่แออัดดี เราสอบถามพนักงานหน้าร้าน เค้าดูเขินเรามาก ยิ้มตลอดเลย สักพักพนักงานในร้าน หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงใหญ่ เดินยิ้มมาแต่ไกล บอกว่า รอประมาณไม่เกินสิบนาที เราก็โอเครอได้ พอเค้าหันหลังกลับไป เรายังหันมานินทากันว่า…..โฮ้ววว อะไรจะหล่อ เนี้ยบขนาดนี้
ระหว่างยืนรอ เราก็ชวนพนักงานหน้าร้านคุย เพื่อทำลายบรรยากาศเขินที่แสนอึดอัด โดยเราให้เค้าสอนอ่านชื่อป้ายหน้าร้านเค้า จริงๆ เค้าก็พูดอังกฤษพอได้นะ ระดับพอๆ กะเราแหละ แต่เค้าเขินเท่านั้นเอง 555
ยืนรอแป๊บเดียว ไม่ถึงสิบนาทีเลย ก็ได้เข้ามานั่งตรงเคาเตอร์ ประจันหน้ากับเชฟเลย
เราสั่งเมนูนี้ ข้าวหน้าปลาดิบรวม พร้อมซุปปู……วัตถุดิบทุกอย่างดีมากๆเลย ตอนแรกเรากลัวๆ เหมือนกันว่จะคาวมั๊ย ไข่หอยเม่นเราจะไหวไหม แต่ชามนี้ทำลายความกลัวทุกอย่างของเราไปแล้ว เรากินได้หมดเลย เกลี้ยงชาม!!! รสชาติอร่อยมาก คงเพราะร้านอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบด้วย เรื่องความสดคงไม่ต้องเป็นห่วง
เมนูนี้น่าสนใจมาก ชื่อญี่ปุ่นเรียกว่าอะไรไม่รู้ แต่พวกเราเรียกกันเองว่า ข้าว 3 Step ทานไปได้สองคำ เชฟเห็นว่าเราทานไม่เป็นแน่ๆ เลยเดินมาสอนว่า
Step 1 – แบ่งข้าวออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน โดยส่วนแรก ทานกับโชยุ โดยที่ยังไม่ทานไข่หอยเม่น
Step 2 – นำข้าวส่วนที่ 2 และ 3 คลุกเคล้ากับไข่หอยเม่น แล้วแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน โดยทานไป 1 ส่วนก่อน
Step 3 – มาถึงขั้นตอนนี้จะเหลือข้าวคลุกไข่หอยเม่น 1 ส่วนในชาม พนักงานจะนำน้ำซุปมาเติมลงในชามให้ กลายเป็นข้าวต้มหน้าปลาดิบ ทานแล้วคล่องคอดี
ครบคอร์สข้าวหน้าปลาดิบแล้ว ฟินาเล่!! อิ่มมากจนปวดหลัง…สรุปแล้วอาหารร้านนี้ หน้าตาเหมือนกับในรูปที่โชว์ไว้หน้าร้าน รสชาติวัตถุดิบอร่อยตราตรึง ราคาก็ตามป้ายที่ติดไว้ ส่วนค่าชาเขียวไม่คิดตังค์จ้า
เสร็จสรรพจากการทานมื้อเช้าที่ตลาดปลาสึกิจิแล้ว มาย่านชิบูยะ มาหา ฮาจิโกะ ด้วยความคิดถึง
วิธีเดินทางไป Shibuya (ชิบูยะ) สามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR และ Subway ดังนี้
1. JR Yamanote Line ลงสถานี Shibuya
2. Hanzomon Line (Z 01) ลงสถานี Shibuya
3. Ginza Line (G 01) ลงสถานี Shibuya
Shibuya คนเยอะ คึกคัก ไม่เคยเปลี่ยน ครั้งนี้เราก็ไม่พลาด ไปเดินข้ามถนนเป็นส่วนหนึ่งของมวลชนห้าแยกชิบูยะด้วย
แวะเยี่ยมเยียนฮาจิโกะที่ชิบูยะเสร็จแล้ว ต่อจากนั้นแวะมาละลายทรัพย์ที่ฮาราจุกุต่อ
วิธีเดินทางไป Harajuku (ฮาราจูกุ) สามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR และ Subway ดังนี้
1. JR Yamanote Line ลงสถานี Harajuku
2. Chiyoda Line (C 03) ลงสถานี Meiji-jingumae แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที
มาทีไรเสียตังค์ทุกที แต่ของที่นี่ถูกใจเรามาก สอยกลับไปยังกับจะย้ายบ้านใหม่ ทั้ง ถุงเท้า รองเท้า กระเป๋าสะพาย ชุดพั้งค์ สวยๆ น่ารักๆ ทั้งนั้น คิดไปเองว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแล้วล่ะ (จริงๆแล้วบางอย่างหาซื้อได้ในเว็บจีนและราคาถูก แต่สำหรับที่นี่แม้ของบางอย่างจะเป็นของจีน แต่ดีไซน์ที่ย่านนี้เลือกมา รับรองว่าสวยงาม ไม่ผิดหวัง) สาวๆ แฟชั่นนิสต้าทั้งหลาย มา Harajuku คงถูกใจอย่างแน่นอน
น้องคนนี้กำลังโปรโมทอะไรสักอย่างอยู่ ท่าทางร่าเริงเป็นมิตรมาก แอคชั่นให้เราถ่ายรูปด้วย
เที่ยวฮาราจูกุจนหนำใจแล้ว รีบบึ่งกลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม และมุ่งหน้าไปขึ้น Airport Limousine Bus ที่หน้าโรงแรม Imperial Hotel สถานี Hibiya ดูรายละเอียดการจอง Airport Limousine Bus ได้ที่นี่ >> http://www.limousinebus.co.jp/en/
ด้านบนจะมีจอเล็กๆ คอยให้คำแนะนำ และบอกเส้นทางว่าตอนนี้รถจอดที่ใด รับรองไม่มีหลงจ้า ดูรีวิว Airport Limousine Bus เพิ่มเติมได้ที่บทความเก่า >> www.deeryarch.me/เที่ยวญี่ปุ่น/sensoji-temple-sumida-park
ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหลายชั่วโมง และแล้วก็มาถึงเมืองไทยบ้านเรา
อุ๊ย!! ถึง กทม.แล้ว นั่นไงแม่น้ำเจ้าพระยา สะพานพระรามเก้า และตึกกสิกร…….ตาดีเว่อร์ สายตาไกลไปหลายกิโลเมตร
ชมวิวขณะเครื่องกำลังลดระดับ
วิวสวยชัดเจน…..ถึงบ้านเราโดยสวัสดิภาพ
จบทริปกำแพงหิมะไปอย่างสวยงาม นึกแล้วก็คิดถึงยังไม่อยากกลับเลย ไว้คราวหน้าเจอกันทริปใหม่ ญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสีจ้าาา…..
ดูบันทึกการท่องเที่ยวญี่ปุ่น กำแพงหิมะ ย้อนหลัง ที่นี่
เที่ยวญี่ปุ่น กำแพงหิมะ (1) วัดชิเทนโนจิ สวนสนุก Universal Studio
เที่ยวญี่ปุ่น กำแพงหิมะ (2) วันแห่งการเดินทางOsaka-Toyama
เที่ยวญี่ปุ่น กำแพงหิมะ (3) เส้นทางกำแพงหิมะ Tateyama Kurobe Alpine Route
เที่ยวญี่ปุ่น กำแพงหิมะ (4) ปราสาทมัตสึโมโต Matsumoto Castle โตเกียวสกายทรี Tokyo Sky Tree
เที่ยวญี่ปุ่น กำแพงหิมะ (5) ชมดอกชิบะซากุระ (Moss Pink) ที่งาน Fuji Shibazakura Matsuri
เที่ยวญี่ปุ่น กำแพงหิมะ (6) เที่ยวกินซ่า อากิฮาบาระ ช้อปตึกม่วง กินซูชิตลาดอะเมโยโก
เที่ยวญี่ปุ่น กำแพงหิมะ (7) ตลาดปลาสึกิจิ ชิบูย่า ฮาราจุกุ
เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง by deeryarch